เอกสารและค่าโอนที่ดินให้ลูก การให้ที่ดินโดยเสน่หา กรมที่ดิน ปี 2566

แชร์บทความนี้

การโอน "ให้" แตกต่างจาก "มรดก" อย่างไร

การขอโอนที่ดินประเภท "ให้" เป็นเรื่องที่ผู้ให้มีเจตนายกทรัพย์สิน ซึ่งคือ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แก่ ผู้รับในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ แตกต่างจาก "มรดก" ที่ทายาทจะได้รับเมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว เจ้าของทรัพย์สินสามารถ "ให้" ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่ผู้รับโดยไม่มีค่าตอบแทนได้ เจ้าของทรัพย์สิน สามารถที่จะให้ใครก็ได้ โดยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นทายาท หรือญาติ แต่ค่าโอนที่ดินก็จะแตกต่างกันไป


ค่าโอนที่ดินกรณี "ให้" ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย 

การให้ในระหว่างพ่อแม่กับลูกที่ชอบด้วยกฏหมาย นั่นคือพ่อแม่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย หรือระหว่างคู่สมรส มีค่าโอนที่ดินดังนี้ 


- ค่าจดทะเบียน 0.5% ตามราคาประเมิน 

- ค่าอากร 0.5% ตามราคาประเมินหรือราคาทุนทรัพย์ แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า 

- ค่าธุรกิจเฉพาะ ไม่เสียเฉพาะการที่พ่อแม่ให้ที่ดินแก่ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเสน่หา ไม่คิดเป็นการทำการค้ากำไร ระหว่างพ่อแม่ลูก แม้เจ้าของทรัพย์จะถือครองไม่ถึง 5 ปี แต่ก็ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 

- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 5% เฉพาะราคาที่ดินส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท 


ค่าโอนที่ดินกรณี "ให้" สามี ภรรยา หรือลูกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย   

การให้ที่ดินแก่ สามี ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรสกัน หรือ ให้ลูกที่เกิดระหว่างพ่อแม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส หรือพ่อไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร มีค่าโอนที่ดิน ดังนี้ 


– ค่าธรรมเนียมการโอน 0.5% จากราคาประเมิน

– ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จากราคาประเมิน  

– ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามขั้นบันไดจากราคาประเมิน หักค่าใช้จ่ายได้ 50%


ค่าโอนที่ดินกรณี "ให้" ญาติพี่น้อง 

การให้ที่ดินแก่ ญาติ พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา รวมถึงลูกบุญธรรม ลูกเขย ลูกสะใภ้ ก็ดี มีค่าโอนที่ดินดังนี้ 


– ค่าธรรมเนียมการโอน 2% จากราคาประเมิน (เสมือนการโอนขาย)

– ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% จากราคาประเมิน  

– ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามขั้นบันไดจากราคาประเมิน หักค่าใช้จ่ายได้ 50%

 

นอกจากนี้ ทุกกรณี ยังมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ค่าคำขอ แปลงละ 5 บาท ค่าพยาน 20 บาท และค่าอากรคู่ฉบับ 5 บาท  


ข้อระวัง สำหรับการ "ให้" ที่ดิน ทุกกรณี ผู้ให้สามารถเรียกคืนที่ดินได้ 

รูปแบบการให้ที่ดิน ผู้ให้สามารถเรียกคืน ที่ดิน จากผู้รับได้ ในกรณีที่ชี้ได้ว่าผู้รับประพฤติเนรคุณ เช่น ผู้รับประทุษร้ายต่อผู้ให้ ทำให้ผู้ให้เสียชื่อเสียง หมิ่นประมาทผู้ให้ หรือเมื่อผู้ให้ยากไร้ แต่ผู้รับบอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นทั้งที่ผู้รับสามารถให้ได้ เป็นต้น ผู้ให้สามารถยื่นเรื่องต่อศาลให้มีคำสั่งเรียกที่ดินกลับคืนมาได้เช่นกัน   


เอกสารที่ใช้ในการโอน "ให้" ที่ดิน ของผู้โอนและผู้รับโอนมีดังนี้ 

- โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์

- บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ

- ทะเบียนบ้าน

- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี)

- ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า (ถ้ามี)

- มรณบัตรคู่สมรส (ถ้ามี)

- หนังสือยินยอมให้ทำนิติกรรมของคู่สมรส (กรณีสมรส)




แชร์บทความนี้


บทความยอดนิยม


บทความใหม่ล่าสุด

รวมไอเดีย วางกระเบื้องห้องน้ำแบบไหนดี สร้างความน่าสนใจ ไม่จำเจ

สำหรับใครที่กำลังมองหาลูกเล่น หรืออยากเพิ่มความน่าสนใจให้กับห้องน้ำ ผ่านรูปแบบลายกระเบื้อง บทความนี้ ... อ่านต่อ...

6 วิธีหารายได้จากอสังหาฯ ของคุณ

ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ มองหาวิธีเพิ่มรายได้จากอสังหาฯ ของคุณ หรือนักลงทุนที่ต้องการซื ... อ่านต่อ...

เมื่อขายบ้านได้ ผู้ขายต้องเตรียมจ่ายอะไรบ้าง

ผู้ขายต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง เมื่อขายบ้านได้ มาดูสิ่งที่ผู้ขายต้องเตรียมจ่ายเพื่อขายบ้านอย่างเสร็จสมบูร ... อ่านต่อ...

เหตุผลที่การกู้ซื้อบ้านอาจดีกว่าการซื้อเงินสด

เมื่อพูดถึงการซื้อบ้าน ผู้ซื้อสามารถที่จะเก็บเงินและซื้อด้วยเงินสด หรือ ขอสินเชื่อ กู้ซื้อบ้าน แม้ว่ ... อ่านต่อ...

ครอบครองปรปักษ์ คืออะไร เจ้าของที่ดินป้องกันได้อย่างไร

เจ้าของที่ดินที่เคยซื้อที่ดินเอาไว้นาน จนลีมหรือจำไม่ได้ ไม่รู้ว่าที่ดินจริงๆ แล้วอยู่ที่ไหน ไม่เคยเ ... อ่านต่อ...