แนวโน้มและทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในปี 2564

ความผันผวนของการตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก เกิดการวิเคราะห์กันอย่างหนักว่า แล้วในปี 2564 นี้ ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีแนวโน้มปรับตัวได้ดีขึ้นกว่าเดิมไหม วิกฤตหลายอย่างที่เจอเมื่อปีที่แล้วในปีนี้จะกลับมาฟื้นตัวได้ทันหรือไม่
เขียนเมื่อวันที่: 18 พฤษภาคม 2021 ประเภท: ข่าว , เรื่องน่ารู้ , ตลาดอสังหา , ก่อสร้าง , ประชาสัมพันธ์

เมื่อประมาณปี 2563 ที่ผ่านมา ทิศทางการตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ในรอบ 10 ปี นับจากสถานการณ์ต้มยำกุ้ง  ถือว่าเป็นวิกฤตที่ทำให้ผู้ประกอบการหลายคนเจ็บหนัก ความผันผวนของการตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก เกิดการวิเคราะห์กันอย่างหนักว่า แล้วในปี 2564 นี้ ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีแนวโน้มปรับตัวได้ดีขึ้นกว่าเดิมไหม วิกฤตหลายอย่างที่เจอเมื่อปีที่แล้วในปีนี้จะกลับมาฟื้นตัวได้ทันหรือไม่


แม้จะเจอวิกฤต แต่การขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ก็มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลการตลาดซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่คาดการณ์ไว้ในปี 2564 จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 12% และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 3.9%การคาดการณ์นี้เป็นค่าเฉลี่ยเพิ่มจากฐานที่ต่ำ ในปี 2563 มีบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ ประเภทที่อยู่อาศัยบ้านจัดสรรมีหน่วยที่เปิดขายเพิ่มขึ้น 4.1% และอาคารชุดอีกจำนวน 25.1%


แต่สำหรับข้อมูล อสังหาริมทรัพย์ประเทศที่อยู่อาศัย โครงการบ้านจัดสรรต่างๆทั่วประเทศไทยมีการหดตัวลงตั้งแต่ปี 2562 แล้วและเป็นการหดตัวลงเรื่อยมาจนถึงปี 2563 และยิ่งเกิดสถานการณ์เชื้อไวรัสแพร่ระบาด covid-19 จึงทำให้มีการหดตัวลงอย่างรวดเร็ว 25.2%แต่การคาดการณ์ในปี 2564 นี้ แนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยจะขายได้ไหมมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 3%


5 ประเด็นของแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ ปี 2564

  • ปัจจัยบวก มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของรัฐบาลปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำ บวกกับการปรับตัวของผู้ประกอบการ ที่เริ่มมีการโฆษณา และทำสื่อ เพื่อขยายตลาดให้กว้างขึ้น
  • ปัจจัยลบมีคนอีกหลายคน รวมไปถึงผู้ที่เพิ่งจบใหม่ต้องการที่จะซื้อบ้านผ่อนบ้านแม้จะมีกำลังที่จะผ่อนหรือซื้อขายก็ตามแต่ว่าการปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินกลับเพิ่มขึ้น ปัจจัยก็คือการกังวลเรื่องการผิดนัดผ่อนชำระหนี้การติดเครดิตบูโรรวมไปถึงสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอน
  • โครงการใหม่ในเขตปริมณฑลและกรุงเทพฯ เริ่มมีผู้ประกอบการกลับมาเปิดโครงการใหม่มากขึ้นโดยเป็นโครงการในแนวราบมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น 24.3% คิดเป็นมูลค่า 400,360 ล้านบาทจำนวนบ้านจัดสรรประมาณ 52,044 หน่วยและอาคารชุดประมาณ 36,784 หน่วย
  • การโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นไม่เกิน 383,272 หน่วย คิดเป็นมูลค่าสูงสุด 950,591 ล้านบาท
  • กำลังซื้อที่อยู่อาศัยมีการฟื้นตัวดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกลุ่มราคาระดับกลางตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป พฤติกรรมการซื้อส่วนใหญ่จะเป็นทาวเฮ้าวส์ และบ้านแฝด

โควิด-19 ระลอก 3 จะเป็นตัวฉุดให้วิกฤตแย่กว่าเดิมหรือไม่

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มระบาดมาระลอกใหม่ได้เกิดการวิเคราะห์สถานการณ์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์กันอีกครั้งว่าจะทำให้การฟื้นตัวที่คาดไว้ว่าจะดีขึ้นนั้นกลับแย่ลงกว่าเดิมหรือเปล่า ซึ่งเราก็ได้ติดตามข่าวกันมาบ้างว่าทั่วประเทศพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 57 จังหวัดแล้ว ทำให้รัฐบาลต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง และได้กำหนดให้จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อสูงที่สุด ซึ่งมีหลายจังหวัดให้เป็นพื้นที่ควบคุม

จากสถานการณ์นี้ ทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นและไม่กล้าที่จะลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ จากข้อมูลมีการปรับลดลง แต่ก็ยังอยู่ในระดับต่ำสุด เพราะยังมีผู้บริโภคหลายคนที่มีกำลังซื้อและมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างฐานที่อยู่ใหม่จริง ๆ แต่นี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอน เพราะหากมียอดผู้ติดเชื้อลดลง และได้รับการรักษาจนหายขาดแล้ว การแพร่ระบาดของโรคนี้เริ่มคลี่คลายลง ก็อาจจะมีผู้บริโภคกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งก็ได้


ตลาดโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ได้รับผลกระทบมากที่สุด

นับตั้งแต่ปี 2562 ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยลดลง 40 ล้านคนต่อปี และต่อเนื่องจากปี 2563 ลดลงอีกประมาณ 7 ล้านคน สำหรับการคาดการณ์ในปี 2564 นี้ ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นจากเดิมสักเท่าไร ต้องรอให้พ้นปีนี้ แล้วรอดูปี 2565 ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะกลับมากระเตื้องขึ้นอีกครั้ง ซึ่งต้องรอให้ประเทศมีการฟื้นตัวจากพิษเชื้อไวรัสโควิด-19 และประสบความสำเร็จในเรื่องวัคซีนก่อน


จากผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เจ้าของกิจการโรงแรมและที่พักต่าง ๆ ได้ที่เคยมุ่งเน้นลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้อยู่รอดมากขึ้น คือ มีข้อเสนอพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยที่ท่องเที่ยวภายในประเทศ และปรับเปลี่ยนเปิดให้บริการในบางส่วนของโรงแรมให้เป็นร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม หลีกเลี่ยงการปิดกิจการไปทั้งหมด เพื่อให้เงินทุนยังคงเคลื่อนไหวต่อไปได้


ปัจจัยในการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์คืออะไร

ไม่ว่าจะพบเจอกับวิกฤต ปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองอย่างไร หากผู้ที่ต้องการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อจริง จะมีปัจจัยในการเลือกซื้ออย่างไรบ้าง

  •  อย่างแรกเลยคือทำเลที่ตั้งว่าตรงตามที่ต้องการหรือไม่ บางคนชอบใช้ชีวิตอยู่ในเมือง เพื่อรองรับความสะดวกสบาย แต่สำหรับบางคนต้องการความเงียบสงบและได้บรรยากาศธรรมชาติ
  •  แบบของตัวบ้านหรืออาคารเป็นที่ถูกใจหรือไม่ ห้องแต่ละห้องมีขนาดเท่าไร หรือไม่ก็บางคนจะยึดหลักฮวงจุ้ยก็จะเน้นทิศทางของตัวบ้าน และเลขที่บ้านเป็นตัวเลือกอันดับแรก
  •  การก่อสร้างมีความแข็งแรงคงทน ปลอดภัยดูน่าเชื่อถือหรือไม่ซึ่งโดยรวมการก่อสร้างบ้านจะต้องมีการวางท่อระบบน้ำ หรือไฟฟ้า รวมถึงหลังคาหรือ องค์ประกอบหลักๆในการตกแต่ง เช่น กระเบื้อง หลังคา ฝ้า บัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังคา สำหรับ อาคารถือว่า สำคัญมาก ซึ่งสมัยนี้ ไม่ต้องไปซื้อให้ลำบากแต่สามารถซื้อได้ในเว็บไซต์ขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์อย่าง hiachet ก็มีเมทัลชีท สำหรับการก่อสร้างสำหรับพวกโรงงาน หรือลานจอดรถ ราคาถูก คุณภาพเยี่ยมมาให้เราเลือกซื้อ แต่หากเป็นสำนักงาน กิจการโรงแรม หรืออาคารขนาดใหญ่ ที่มีการอยู่อาศัยนานๆ ใช้ หลังคากระเบื้องหรือแบบอื่นที่มีความทนทานเรื่องความร้อนและเสริมฉนวนกันความร้อนก็จะดีกว่า
  • เรื่องของราคา หลายโครงการของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีการตั้งราคาที่ต่างกันเพื่อเป็นการแย่งชิงลูกค้า ซึ่งการตัดสินใจนั้น ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจด้วย หากราคาอสังหาริมทรัพย์นั้นสูงเกินไป แต่มีสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ผู้บริโภครายนั้น การซื้อขายก็ไม่ต้องเสียเวลาเจรจานาน แต่หากผู้บริโภคท่านใดต้องการราคาตามที่เงินทุนตัวเองมี แม้จะต้องการบ้านที่ดูหรูหราขนาดไหนก็ตาม ก็จะยอมปรับสเปคความต้องการของตัวเองลดลงทันที
  • การตกแต่งภายใน ผู้บริโภคบางรายต้องการการบิ้วอินหรือตกแต่งภายในพร้อมเสร็จสรรพทั้งเฟอร์นิเจอร์ ก็มักจะเลือกมองหาโครงการบ้านในลักษณะแบบนี้ก่อนเสมอ เพราะมองว่าคุ้มและไม่ต้องออกแบบหรือเสียเวลามาตก    แต่งเองอีกครั้ง


สรุปแล้วแนวโน้มทิศทางอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยปี 2564 ยังไม่ฟื้นตัวเร็วเท่าที่ควร แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ว่าจะดีขึ้นกว่าปี 2563 สิ่งที่สำคัญก็คือผู้ประกอบการทั้งหลายควรใช้หลักการบริหารจัดการสินทรัพย์ในเชิงรุกกัน เพื่อรักษาเงินทุนและรายได้ หากปล่อยทิ้งไว้เพื่อรอเวลาให้สถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายแล้ว ก็ไม่มีความแน่นอนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร และหากมันดีขึ้นในเร็ววันนี้จริง ก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใหม่ วิกฤตใหม่ที่ฉุดให้เศรษฐกิจต่ำลงอีกหรือไม่ จึงไม่ควรมองข้ามและมุ่งเน้นที่จะปรับเปลี่ยนแนวทางเพื่อให้อยู่รอดต่อไปได้ อย่าลืมว่าแม้ตอนนี้อะไรก็ดูหยุดชะงักไปทุกอย่าง แต่การแข่งขันทางการตลาดก็ยังคงมีอยู่ ฉะนั้น เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากคู่แข่ง จำเป็นจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีการสร้างรายได้นั้นเคลื่อนไหวไปข้างหน้าอยู่เสมอ


ข้อมูลจาก: img: dariasophia
แชร์บทความนี้

ลิงค์สำหรับการแบ่งปันบทความบนเว็บอื่นๆ:

คลิก Like เลยเพื่อไม่พลาดกับบทความน่าสนใจอื่นๆ

ประเภทบทความแนะนำ: ข่าว ตลาดอสังหา เรื่องน่ารู้ แต่งบ้าน/ตกแต่ง รถไฟฟ้า ซื้อบ้าน, ซื้ออสังหา ไอเดีย รีโนเวท คอนโด ขายบ้าน

บทความใหม่ล่าสุด

รวม 10 ไอเดีย รีโนเวทตึกแถวเปิดร้านเบเกอร์รี่ ร้านกาแฟในฝัน

หลายๆ คน มีความฝันที่จะเปิดธุรกิจของตัวเอง ธุรกิจร้านกาแฟ ร้านขนม มุมเล็กๆ ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ... อ่านต่อ...

วิธีเลือกซื้อบ้านมือสองมารีโนเวท และสิ่งที่คุณควรรู้

ซื้อบ้านเก่ามารีโนเวท กำลังได้รับความนิยมไม่น้อย แต่การเลือกบ้านเก่ามารีโนเวท อาจไม่ได้ดูดีอย่างที่ค ... อ่านต่อ...

ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ (Phuket Sandbox) แผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าภูเก็ต

นโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดส (fully-vaccined) และมีผลการตรวจโควิด-19 เป็นล ... อ่านต่อ...

นอนไม่หลับ นอนไม่เต็มที่ มาดู 5 สิ่งที่ช่วยให้คุณนอนหลับได้ดียิ่งขึ้นกัน

การนอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน หรือนอนแล้วรู้สึกว่าหลับไม่สนิทบ่อยๆ เข้า อาจเป็นปัญหาใหญ่ ที่ส่งผลทั้ ... อ่านต่อ...

ปลูกอะไรดี 5 ต้นไม้ดูแลง่าย ปลูกในกระถางไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ

อยากปลูกต้นไม้ในพื้นที่จำกัด วันนี้เรามาแนะนำ 5 ต้นไม้ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก ปลูกในกระถางได้ สำหรับพื้น ... อ่านต่อ...